วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สมาร์ทโฟนกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21





       HELLO สวัสดี กระผมนี้จะบอก ว่าวันนี้ผมมีความสุข ^_^


           สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เป็นวันธรรมดาที่แสนพิเศษอีกวันหนึ่ง เพราะว่าปลายมีเรื่องมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านอีกแล้ว เรื่องในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ใกล้ตัวเราทุกคนมากเลยทีเดียว ถ้านึกถึงคำว่า "ใกล้ตัว" แล้วนั้นต้องนึกถึงสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุดในแต่ละวัน นั่นก็คือ "บ้าน" นั่นเองค่ะ เชื่อว่าที่บ้านของทุกคนคงจะมีอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริม และอำนวยความสะดวกทางการศึกษาอยู่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ซีดีรอม คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น สิ่งที่ปลายจะนำเสนอในวันนี้แน่นอนว่าอยู่ในเทคโนโลยีที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้นแล้ว ในที่สุด...ผู้โชคดีในวันนี้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเทคโนโลยีทางการศึกษาดีเด่นก็คือ....แท่น..แทน..แท๊น.. "สมาร์ทโฟน"  ^__^










“มารู้จักกับสมาร์ทโฟนกันเถอะ”   
          สมาร์ทโฟน (smartphone) เป็นโทรศัพท์สำหรับพกพา ที่มีความสามารถที่พิเศษนอกเหนือจากโทรศัพท์มือถือทั่วไป สมาร์ทโฟนได้ถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่ทำงานในลักษณะของโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยที่สามารถเชื่อมต่อความสามารถหลักของโทรศัพท์มือถือ เข้าร่วมกับแอปพลิเคชันของโทรศัพท์เอง สมาร์ทโฟนสามารถให้ผู้ใช้งานติดตั้งโปรแกรมเสริมสำหรับเพิ่มความสามารถของโทรศัพท์ตัวเอง โดยรูปแบบนั้นขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มของโทรศัพท์และระบบปฏิบัติการ

          สรุปอย่างง่ายๆ ก็คือ  สมาร์ทโฟนก็โทรศัพท์ที่รองรับระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ยกเอาคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์มาไว้ในโทรศัพท์ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับโทรศัพท์มือถือของทุกคนให้สามารถ ฟังเพลง ดูหนัง ค้นหาข้อมูล อ่านหนังสือออนไลน์ และรวมไปถึงการเพิ่มโปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นเสริมต่างๆลงไปได้





“ยุคของสมาร์ทโฟน”









      “ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่เป็นที่นิยม”








              * Apple  มี iPhone, iPad, Mac Book Pro, iMac, Apple TV
* Google  มี Android Phone, Android Tablet, Chrome Netbook, Google TV 
* Microsoft   มี Windows Phone 7, Windows 7 Tablet, Windows 7 PC, Xbox 
* RIM  มี BB, Playbook 
* Nokia  มี Symbian Phone, Maemo Tablet ซึ่งกำลังจะกลายเป็น MeeGo Tablet,    MeeGo Net book 
* HP  มี WebOS phone, WebOS tablet
          ในปัจจุบันยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกนั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้บรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และอินเทอร์เน็ตต้องคิดหากลยุทธ์แปลกใหม่มาเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์








“คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนมีอะไรบ้าง”  

      1.การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย
               เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่ง เช่น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์  PDA  โทรศัพท์เครื่องอื่น  พริ้นเตอร์  หรือกล้องดิจิตอล โดยเชื่อมต่อผ่านทางอินฟราเรด บลูทูธ หรือ Wi-Fi                                             
      2.สามารถรองรับไฟล์ Multimedia
               ไฟล์ Multimedia มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ไฟล์ภาพ, ภาพเคลื่อนไหว เช่นภาพเคลื่อนไหวสกุล .gif  ,ไฟล์เสียง ซึ่งก็จะมีหลายรูปแบบ เช่น ไฟล์ Wave, MP3, Midi  และไฟล์วิดีโอ ซึ่งจะสามารถรองรับภาพเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง เช่นสกุล .3gp .mp4 เป็นต้น 
   




“ประโยชน์ของสมาร์ทโฟนที่นำมาใช้”

             ผลการสำรวจของ Nielsen ในอังกฤษ เทียบ Q2/Q3 2009 พบว่าคนใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 10%  (5.6M to 6.2M) สมาร์ทโฟนตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดในอังกฤษประมาณ 15%  เพราะฉะนั้นมาดูกันว่าเมื่อมีสมาร์ทโฟนแล้วเอามาทำอะไรได้บ้าง (นอกจากการโทร) ดูได้จากตาราง





            จะเห็นได้ว่าอินเทอร์เน็ตนั้นได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่ง ก็อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้โลกของเราได้เปิดกว้าง จึงทำให้ผู้คนนั้นสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกัน ค้นหาข้อมูลสถานที่ การสั่งซื้อของ รวมไปถึงการใช้เพื่อส่งเสริมการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ค้นหาคำศัพท์ ค้นหาข้อมูล ศึกษาโดยผ่านวิดีโอ เป็นต้น











“ข้อเสียของสมาร์ทโฟน”
   
          ด้านผลการศึกษาของโมบายล์ มายด์เซ็ต พบว่า เจ้าของมือถือแทบทุกคน หรือราว 94% กังวลว่าโทรศัพท์มือถือของตนจะหายไป และราว 73% มีความไม่สบายใจเมื่อวางโทรศัพท์มือถือไว้ผิดที่ผิดทาง แต่มีแค่เพียง 6% ที่วิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการเข้าถึงบัญชีด้านการเงินของตัวเอง และในขณะที่ 38% ห่วงประเด็นเรื่องการเงิน และความยุ่งยากจากการต้องซื้อใหม่หลังเครื่องเก่าสูญหา
          แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น  แต่ในบางครั้งก็ส่งผลทำให้เจ้าของนั้นเสียสมาธิ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่อันตรายโดยไม่รู้ตัว  ยกตัวอย่างเช่น การส่งข้อความขณะขับขี่รถ โดยราว 1 ใน 4 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนยอมรับว่าแอบเช็คมือถือในระหว่างนั่งหลังพวงมาลัย
          นอกจากนี้ ยังค้นพบอีกหลายพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้สมาร์ทโฟน โดยเกือบ 60% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนอดใจไม่ได้ครบ 1 ชั่วโมง ก็ต้องหยิบมือถือมาเช็คเป็นระยะๆ ส่วน 54% มีภารกิจเช็คมือถือแม้จะอยู่บนเตียงนอน ไม่ว่าจะก่อนหลับ หลังจากตื่นนอน หรือระหว่างค่ำคืน และเกือบๆ 40% ยอมรับว่าแอบใช้มือถือในระหว่างเข้าห้องน้ำ อีก 30% เช็คโทรศัพท์ระหว่างกินข้าวกับคนอื่น และ 9% ยังไม่วายใช้มือถือในระหว่างประกอพิธีทางศาสนา







                      
“Smart phone กับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” 
           การเรียนรู้ในศตวรรษที่21 ก็คือโลกแห่งการเรียนรู้ของยุคโลกาภิวัฒน์ กล่าวคือเทคโนโลยีต่างๆได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการศึกษาเป็นอย่างมาก   ทำให้รูปแบบการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ ทำให้การเรียนการสอนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการนำสื่อทางเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการสร้างความรู้ความสามารถ และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ





          "สมาร์ทโฟน" สื่อกลางในการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21"
          การเรียนการสอนในรูปแบบเดิมๆนั้น จะถูกปรับเปลี่ยนให้เกิดรูปแบบการศึกษาใหม่ๆด้วยการนำเอาสมาร์ทโฟนมาเป็นตัวช่วยของคุณครู และนักเรียนได้ ดังต่อไปนี้

                  "ตัวช่วยของผู้สอน"
                  * ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนค้นหาข้อมูลเรื่องที่เรียนผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                     บนเครื่องสมาร์ทโฟนของผู้เรียนเอง
                  * ครูผู้สอนใช้สมาร์ทโฟนของตนมาเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ตัวอย่างเช่นการเปิดคลิปวิดีโอ 
                     บทเพลง หรือรูปภาพ ที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน โดยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์
                     และส่งต่อสื่อการเรียนการสอนไปยังโปรเจ๊คเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับสื่ออย่างทั่วถึง
                  * ครูผู้สอนสามารถศึกษาหาความรู้ที่จะมาสอนนักเรียนได้ โดยศึกษาผ่านทางแอปพลิเคชั่นเสริม ซึ่งใน
                     ปัจจุบันนั้น แอปพลิเคชั่นทางการศึกษาบนสมาร์ทโฟนนั้นได้รับการรองรับแล้วว่ามีเนื้อหาที่เป็น
                      ประโยชน์ และมีความถูกต้อง
     
                  "ตัวช่วยของผู้เรียน"
                  * ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้นอกโรงเรียนซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยการค้นหาข้อมูลเนื้อหาที่เรียน
                     ด้วยตนเอง
                 * ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นทางการศึกษาเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง
                   ได้ เช่น Dictionary , Tenseในภาษาอังกฤษ , สูตรทางคณิตศาสตร์ , รวมถึงเกมส์ต่างๆที่ส่ง
                    เสริมทักษะทางการเรียนรู้ เป็นต้น






             จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนนั้นช่วยสร้างความสุข และความสะดวกสบายให้กับการดำเนินชีวิตของเราเป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาอีกด้วย ซึ่งสมาร์ทโฟนนั้นเป็นเครื่องมือที่เราสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เสมือนเป็นเพื่อนชีวิตของเราทุกคนเลยก็ว่าได้  แต่ปลายก็อยากจะให้ทุกคนระลึกอยู่เสมอว่า  “เทคโนโลยีนั้นมีไว้ให้ใช้  ต้องเตือนใจไม่ให้เกินพอดี ” นั่นคือการใช้เทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่หากจะโดยไม่ส่งผลเสียต่อตัวเรา และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นนั้น เราจะต้องใช้เทคโนโลยีให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกสถานการณ์ และถูกกาลเทศะ

          สำหรับเรื่องเล่าของปลายในวันนี้ก็จบลงแล้วนะคะชาวบล๊อกทุกคน ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าเรื่องสนุกมีสาระให้ได้อ่านกันอีกอย่างแน่นอน สำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์...ฝันดีกันทุกคนค่ะ ^___^












                                                                    

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"ศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา"





HELLO!!  EVERYBODY
^______^
มารู้จักกับศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษากันเถอะ


         
             
          สะวีดัด ^^ เย้ยย!!! สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ปลายมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังด้วยแหละ อยากจะรู้กันรึเปล่าเอ่ย ว่าแต่มันคือเรื่องอะไรน้า? 555...หนังสือ วิดีโอ บทเพลง การ์ตูน เกมส์ ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้นะคะมันเกี่ยวกับเรื่องเล่าของปลายในวันนี้โดยตรงเลยทีเดียว....... แท่น แทน แท้นนน นั่นก็คือ เรื่องของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศค่ะ ก็ที่นี่นะคะได้รวบรวมสื่อไว้มากมายเลยไม่ว่าจะเป็น หนังสือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ การ์ตูนแอนิเมชั่น เกมส์ความรู้ และสื่ออื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว หรืออาจจะเรียกได้ว่าที่นี่นั้นเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้เลยก็ว่าได้ คำว่า “ศูนย์กลาง” ในที่นี้ก็คือเป็นแหล่งที่รวมความรู้ที่ผู้เรียนต้องการค่ะ โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านสื่อ และทรัพยากรต่างๆได้อย่างสะดวกสบายค่ะ

          ดังนั้นหากจะนึกถึงความสำคัญของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ย่อมมีความสำคัญอย่างมากในการศึกษาของคนทุกระดับค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงชั้นเรียนหรืออายุเท่าใดก็ตาม ทุกคนมีสิทธิที่จะเรียนรู้ได้เท่าเทียมกัน เพราะว่าความรู้เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเป็นการเรียนรู้อย่างไม่มีวันจบสิ้นเลย



         
โดยความสำคัญของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีจะแบ่งได้ดังต่อไปนี้ค่ะ
1. แหล่งเผยแพร่ความรู้ ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอน
2. แหล่งพัฒนากระบวนการคิด โดยการเรียนรู้ผ่านสื่อ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์                                      
3. แหล่งให้คำปรึกษาให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งในเรื่องการเรียนการสอน เทคโนโลยี รวมถึงความรู้รอบตัวอื่นๆ
4. แหล่งให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ เป็นสถานที่ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต ฯลฯ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้     คลายเครียด และมีความสุข
5. แหล่งศึกษาค้นคว้า รวมถึงการหาความรู้เพิ่มเติม ในการพัฒนาความรู้ของตนเอง
6. แหล่งการเรียนรู้เปรียบเสมือนโรงเรียนหลังที่สอง โดยนอกจากที่เราจะได้ความรู้จากสถานศึกษาแล้ว เรายังสามารถเสาะหาความรู้จากศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศได้อีกด้วย


        
          จากความสำคัญของศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปลายสรุปไว้ข้างต้นนั้นนะคะ มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยในทุกหัวข้อ ทุกข้อนั้นมีประโยชน์ที่เราทุกคนจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ เสาะหาข้อมูล หรือได้รับประสบการณ์ใหม่ๆจากศูนย์บริการสื่อได้ค่ะ และที่สำคัญเลยนั้นสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ย่อมบังเกิดกับตัวเราโดยตรงค่ะ อย่างปลายนะคะก็ชอบไปใช้ศูนย์เทคโนโลยีบ่อยๆ เคยไปมาหลายที่มากมายเลย ซึ่งพอไปทีไรก็จะได้ความรู้กลับมาพัฒนาตัวเองทุกที เชื่อว่าทุกคนก็คงเคยไปเหมือนกันใช่มั้ยล่ะคะ ^_^ แต่หากเราลองนึกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือในระดับชาติ ก็จะทำให้การพัฒนาในที่นี้หมายถึง “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” ผู้เป็นแรงกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมของเราให้เจริญก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนค่ะ









        
          ทุกคนคงจะได้เข้าใจแล้วว่า ศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งตอนนี้นะคะยุคของเราเป็นยุคแห่งโลกโลกาภิวัฒน์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆมีมากขึ้นเรื่อยๆ และมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากเลยค่ะ และด้วยความสำคัญดังกล่าวนั้น วันนี้ปลายเลยมีศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีมาแนะนำทุกคนค่ะ โดยได้ไปสืบเสาะ ใช้บริการ และเปิดดูเว๊บไซต์ของที่นี่แล้วด้วยค่ะ ขอคอนเฟิร์มเลยว่า ศูนย์แห่งนี้นั้นมีความน่าสนใจ และมีสื่อหลากหลายรูปแบบไว้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงได้เวลาอันสมควรแล้วที่เราจะไปดูหน้าตาของเจ้าศูนย์บริการสื่อแห่งนี้....ไปกันเล้ยยย







มารู้จักกับตัวอย่างศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่ดีกันเถอะ



          

E-learning Center ศูนย์บริการสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์  สำนักการศึกษา  กรุงเทพมหานคร 



ก่อตั้งโดย

          กองเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักการศึกษา



ประเภทของศูนย์บริการสื่อ  

          ศูนย์บริการที่นี่นะคะเป็นศูนย์ประเภทเพื่อการผลิตและเผยแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่ในการผลิตสื่อการสอนในรูปแบบต่างๆค่ะ เป็นการจัดให้บริการสื่อการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือว่าเป็นสังคมการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลของสื่อการเรียนรู้ดิจิตอลให้แก่นักเรียน ข้าราชการครู และผู้สนใจ ซึ่งทุกคนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนที่สนับสนุนให้ผู้สอนและผู้เรียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ รวมถึงส่งเสริมการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
 

 


      

รูปแบบสื่อ  

          E-learning center ศูนย์บริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้นคะ มีแนวทางในการดำเนินการที่น่าสนใจมาก โดยการรวบรวม ผลิต และพัฒนาสื่อการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบมัลติมีเดีย โดยจะแยกเป็นหมวดหมู่  ดังต่อไปนี้ค่ะ

          1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ (CAI)
          2. บทเรียน Power point
          3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
          4. สิ่งพิมพ์ดิจิตอล
          5. วีดิทัศน์
          6. ภาพนิ่ง
          7. การ์ตูนแอนิเมชั่น
          8. สื่อเสียง
          9. เอกสารวิชาการ

          โดยสื่อการเรียนการสอนทุกหมวดหมู่นะคะ จะถูกแบ่งแยกตามสาระวิชาอย่างมีระบบ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่ายค่ะ


การให้บริการ

          ศูนย์บริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้เหมาะแก่นักเรียน ข้าราชการครู และบุคคลผู้ที่สนใจ โดยสามารถศึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ ทาง http://www.bmamedia.in.th อีกทั้งยีงมีห้องสนทนาออนไลน์ให้กับผู้ใช้บริการ สำหรับไว้ขอคำแนะนำ สอบถามปัญหา และแสดงความคิดเห็นต่อศูนย์บริการสื่อแห่งนี้ค่ะ




อ้างอิง : http://www.bmamedia.in.th




       
          สำหรับวันนี้เรื่องเล่าของปลายก็จบลงแล้วนะคะ หวังว่าทุกคนคงได้รับประโยชน์ และความรู้ใหม่ๆ จากเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญนะคะ ปลายหวังว่าทุกคนคงจะให้ความสำคัญกับศูนย์บริการสื่อและเทคโนโลยีมากขึ้น โดยการหาโอกาสไปศึกษาหาความรู้จากศูนย์บริการสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม และไม่ว่าจะศึกษาโดยไปสถานที่จริง หรือศึกษาผ่านทางเว็บไซต์ ที่ปลายเน้นย้ำเรื่องศูนย์บริการสื่อเนี่ยก็เพราะว่า ในปัจจุบันนะคะ เราต้องใช้เทคโนโลยีในการเรียน และการทำงานกันแทบทังนั้น จึงอยากให้เพื่อนๆ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้มากๆ จะได้นำความรู้ที่ได้มาบูรณาการร่วมกับการดำรงชีวิตประจำวัน และที่สำคัญอยากให้ทุกคนก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีค่ะ ^____^

          หมดเวลาเล่าเรื่องแล้วสิ หมดเวลาเล่าเรื่องแล้วสิ 5555 คราวหน้าเนี่ยปลายจะมาเล่าเรื่องดีๆให้อ่านกันอีกแน่นอน และตอนนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแก่การนอนหลับพักผ่อนแล้ว ก็นี่มันปาเข้าไปตีสองกว่าๆแล้วนะเนี่ย สำหรับคืนนี้ราตรีสะงัด เย้ยย!!! ราตรีสวัสดิ์ค่ะทุกคน บ้ายบายยย









วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

Real Of Life episode 3



วันนี้เราจะมาบอกถึงความจริงของชีวิต  ข้อที่ 3 กันนะคะ นั่นก็คือ  
                                                                                                           
                                                                                                                                                                                                                                                            
ไม่มีตัวกู    
                  

"ตัวกู ของกู"
                                                                                                                                                                                
มันซื่อสัตย์เสียที่ไหน มันไม่ยอมเชื่อฟังเราเลย
                                                                                                               
กายเรา ใจเรา... เรายังควบคุมมันไม่ได้ 
                                                                                                                               
ห้าม "กาย" ไม่ให้ป่วย หรือแก่ก็ไม่ได้  
                                                                                                                  
ห้าม "ใจ" ไม่ให้เศร้า เกลียด หรือโกรธใครก็ไม่ได้ 




           
                                   
                         
ตัวเรา... เป็นเพียงการมารวมตัวกันของธาตุทั้ง 4  
                                                                                                     

คือ "ดิน น้ำ ลม ไฟ" ถ้าเราแยกการมองเป็นส่วนต่าง ๆ    
                                                                                                        

"ดิน"                                      เส้นผม   
                                                                                                                               
ถามว่า ใช่เราไหม?                                ทำไมหล่นอยู่ในก๋วยเตี๋ยวแล้วเรารังเกียจ 
                                                     

"น้ำ"                                       น้ำมูก    
                                                                                                                                
ถามว่า ใช่เราไหม?                             ทำไมไหลย้อย ดูสกปรกน่าเกลียดจัง   
                                                            

"ลม"                                      ผายลม             
                                                                                                                     
 ถามว่า ใช่เราไหม?                             ทำไมเราต้องปฏิเสธกลิ่นเหม็นเน่า       
                                                         

"ไฟ"                                      เป็นไข้                         
                                                                                                         
ถามว่า ใช่เราไหม?                             ทำไมเราควบคุมอุณหภูมิตอนไข้สูงไม่ได้          
                                          


ถ้าคำตอบคือ "ไม่ใช่เรา" จึงเป็นที่มาของ "ไม่มีตัวกู"